วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2565 เวลา 07.00 น. นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ สามเณร ตามโครงการ ผู้ว่าพาเข้าวัด

วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม 2565 เวลา 07.00 น.  นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีพร้อมด้วยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ ประธานแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดอุบลราชธานี นายสมเพชร สร้อยสระคู นายศุภภิมิตร เปาริก นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายสมเจตน์ เต็งมงคล ปลัดจังหวัด ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์/สามเณร เนื่องในวันพระขึ้นหรือวันธรรมสวะนะ โดยมีข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ สามเณร ตามโครงการ ผู้ว่าพาเข้าวัด โดยเป็นการทำบุญทุกๆวันพระ เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนในจังหวัดอุบลราชธานีทุกภาคส่วนได้เข้าวัด สดับรับฟังคำสอนทางพระพุทธศาสนา เป็นการส่งเสริมให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และนำหลักศีล 5 มาปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างสังคมมีศีล มีสุข เพื่อความเป็นสิริมงคลในหน่วยงาน บุคลากร และการดำเนินชีวิต ตลอดจนและสร้างความรัก ความสามัคคีกับประชาชน และเป็นการ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบสานประเพณี และวัฒนธรรม ให้คงอยู่สืบไป ณ วัดพระธาตุหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โครงการผู้ว่าฯพาเข้าวัด จะได้สัญจรเคลื่อนที่ไปทุกอำเภอ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรม อย่างครอบคลุม ทั่วถึง มากที่สุด
พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การสวมใส่ผ้าไทย ตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผัาถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ในการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทยศิลปะอันล้ำค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและให้ชาวโลกได้ชื่นชม อีกทั้งเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่นให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายผ้าไทยแก่ประชาชนทั่วไปทั่วประเทศ และยังสนับสนุนส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพและเสริมสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสตรีในท้องถิ่นสภาสตรีแห่งชาติฯจึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นมา โดยจะมีการรณรงค์ให้คนไทยทั้งประเทศ ร่วมมือร่วมใจกันใส่ผ้าทอไทย ไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย ผ้าไหมเพื่อช่วยกันสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำกระจายรายได้ให้แก่ชุมชน รักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทั้งนี้ การใส่ผ้าทอไทยทุกผืน ก่อให้เกิดรายได้กระจายไปยังชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรีกว่า 90% รายได้ที่เกิดจากการทอผ้าออกจำหน่ายจะสามารถช่วยสตรียกระดับคุณภาพชีวิต ส่งบุตรหลานให้มีโอกาสเล่าเรียน ดูแลครอบครัวได้เมื่อยามเจ็บป่วย สร้างครอบครัวให้เข้มแข็ง